รายการ
ติดต่อเรา
| 9 สุขุมวิท 70/3 บางนา กรุงเทพฯ 10260 โทรศัพท์ 02 725 9595 โทรสาร 02 725 9599 Email:contact@manarom.com |
ถาม-ตอบ ตอบคำถามจากการบรรยายเรื่อง "ยุทธการปราบเด็กดื้อ" โดยนายแพทย์จอม ชุมช่วย จิตแพทย์ประจำคลินิกเด็กและวัยรุ่น เมื่อวันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2551 1. ถาม : เด็กดื้อเพราะอะไร ช่วงเวลาไหนจึงจะดื้อมากที่สุด ตอบ : เด็กที่มีอายุ 1-3 ขวบ ถ้ามีอาการดื้อถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเด็กไม่ดื้อในช่่วงนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะอาการดื้อถือเป็นพัฒนาการของเด็กอายุตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป แต่เป็นการดื้อที่รู้จักยอมรับฟังเคารพกฎเกณฑ์ กติกาของพ่อแม่และโรงเรียน 2. ถาม : อาการดื้อที่พบมีอะำไรบ้าง ตอบ : 1.โต้เถียงพ่อแม่ 2. ไม่เชื่อฟัง 3. ต่อต้านด้วยรูปแบบต่างๆ 4. หงุดหงิดโมโห 3. ถาม : การดื้อถือว่าป่วยหรือเปล่า ตอบ : ทางการแพทย์เรียกว่าโรค Oppositional Defiant Disorder (ODD) หรือที่เรียกว่าโรคดื้อ อาการของโรคนี้คือ โต้เถียง ไม่เชื่อฟัง ต่อต้าน หงุดหงิด โมโห ซึ่งอาการเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อการเรียน การคบเพื่อน และครอบครัว การดื้อจนมีผลกระทบอาจกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้น เช่น จะกลายเป็นเด็กก้าวร้าว เกเร ต่อต้านสังคม ซึ่งสาเหตุ เหล่านี้เมื่อกลายเป็นปัญหาแล้วเรามีวิธีการรักษาื ซึ่งไม่ใช่การให้เด็กกินยา แต่เป็นการให้พ่อแม่ปรับพฤติกรรมในการ เลี้ยงดูลูก โปรแกรมในการอบรมนี้เรียกว่า Parent Management Training Program ซึ่งโรงพยาบาลจัดการอบรมใน เรื่องนี้ เช่นกัน 4. ถาม : มีสถิติเกี่ยวกับเด็กดื้อหรือไม่อย่างไร ตอบ : โรคดื้อ (ODD) มีประมาณ 2-4% ซึ่งส่วนมาก พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง 5. ถาม : แนวทางในการจัดการกับเด็กดื้อ ตอบ : วิธีที่พ่อแม่สามารถจัดการกับเด็กดื้อได้นั้นอาจสรุปได้เป็น 3 วิธี 1. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก พ่อแม่ควรคลุกคลีและเอาใจใส่ลูก ควรเล่นกับลูกให้เขารู้สึกถึงความเอาใจใส่และความรักที่พ่อแม่มีให้ ไม่ใช่คิดแต่หาวิธีลงโทษลูกอย่างเดียว 2. สร้างนิสัยให้ลูก เด็กดื้อเป็นเด็กที่ขาดวินัย ไม่สนใจคนรอบข้าง วิธีการที่จะฝึกเด็กคือให้เด็กหัด รับผิดชอบของเขาเอง เช่น การเก็บของเล่น กินอาหารให้เป็นเวลา อ่่านหนังสือก่อนนอน ดูรายการทีวีที่เหมาะสม แต่ พ่อแม่ต้องเป็นผู้คอยให้คำแนะนำ หรือแม้กระทั่งการเล่นเกมส์ควรกำหนดเวลาในการเล่น และต้องมีความสม่ำสเมอ 3. การจัดการเมื่อเด็กดื้อ โดยทั่วไปพ่อแม่ต้องมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เวลาที่ลูกอยากได้ ของเล่น และเมื่อโดนขัดใจจะลงไปดิ้น อาการเหล่านี้จะหายไหม ตอบว่าไม่หาย ควรใช้วิธีเพิกเฉย ไม่ใช่จะไม่พาลูก เข้าห้างเลย ควรหันมาใช้วิธีตกลงกันก่อน เช่น วันนี้แม่จะไปจ่ายตลาด หนูจะไปกับแม่ไหม แต่เราจะไม่ซื้อของเล่น แต่ถ้าหนูช่วยแม่เลือกของ และซื้อของเสร็จเร็วเราจะไปกินไอศรีมกัน ซึ่งลูกก็จะรู้ 6. ถาม : มีเทคนิคการแปลงความดื้อให้เป็นจุดแข็งอย่างไร ตอบ : การให้เหตุผล เราควรใช้เหตุผลควบคู่ไปกับการห้าม เช่น เมื่อลูกขอไปนอนค้างบ้านเพื่อนหรือออกไป กินข้าวตอนกลางคืนกับเพื่อน นอกจากเราจะสั่งห้าม ควรให้เหตุผลควบคู่กันไป สอนการยืนหยัด (Assertive) คือการให้เด็กสามารถรับฟังและคิดตามเหตุผลที่พ่อแม่ให้ว่าถูกหรือผิด และ เด็กจะสามารถอยู่ในสังคมได้
|
เริ่มนับ 10 มิ.ย. 51
