ศิลปะบำบัดแนวมนุษยปรัชญา ( Anthroposophic Art Therapy)

ศิลปะบำบัดแนวมนุษยปรัชญา ( Anthroposophic Art Therapy) เป็นศาสตร์เฉพาะทางที่มุ่งเน้นกระบวนการเยียวยา บำบัดรักษา ผู้ที่ขาดความสมดุลตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เป็นแนวคิดที่สัมพันธ์กับการแพทย์มนุษยปรัชญา

ศิลปะบำบัดในมุมมองของมนุษยปรัชญา

ย้อนกลับไปมองเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว  (พ.ศ. 2450–2467 : ค.ศ. 1907–1924) เป็นยุคทองของศาสตร์ทางจิตวิทยา
มีนักคิดทางจิตวิทยาหลายคนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วยุโรปเกิดขึ้นมากมาย ในขณะเดียวกันยังมีอีกบุคคลสำคัญ
ผู้หนึ่งที่มีเข้าใจมนุษย์ทั้งจากร่างกาย  จิตใจ  และจิตวิญญาณ  หรือเรียกว่าแนวความคิดในเชิงมนุษยปรัชญา
(Anthroposophy) คือ ดร. รูดอล์ฟ  สไตเนอร์ (Dr. Rudolf Steiner) สไตเนอร์เปิดเผยให้โลกล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์
ระหว่างศิลปะกับจิตวิญญาณของมนุษย์  พูดถึงสีที่มีผลต่อสภาพจิตใจ (See and Sense)  เฉพาะเรื่องสีนั้น
สไตเนอร์ค้นคว้าทางวิชาการและเป็นผู้เรียบเรียงผลงานทฤษฎีสีของเกอเธ่ (Goethe, Colour Theory)  อีกทั้ง
สไตเนอร์ยังได้เชื่อมโยงองค์ความรู้  ทั้งการแพทย์องค์รวม  การพัฒนาการของเด็ก  การศึกษาที่มีชีวิต  การบำบัด 
ฯลฯ  ให้เป็นเสมือนองคาพยพที่เกี่ยวเนื่องกันอรรถาธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ด้วยตัวของมัน ทั้งยังพัฒนาไปอย่าง
ลึกซึ้งในเรื่องสีบำบัด (Colour Therapy) การวาดภาพระบายสีเพื่อการบำบัด (Therapeutic Painting)
ซึ่งบรรดาลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานของสไตเนอร์ที่มีส่วนช่วยให้ศิลปะบำบัดชัดเจนขึ้น ก็คือ แพทย์หญิงนามว่า 
อีธา  เวกมันน์ (Dr. med. Ita Wegmann)  คลินิกของเธอรวมทั้งห้องบำบัดอยู่ในเมืองอารเลสไฮม์( Arlesheim  )
สวิตเซอร์แลนด์ ในราว ค.ศ. 1921 ซึ่งก็นับเป็นจุดเริ่มต้นของศิลปะบำบัดในยุโรป


ศิลปะบำบัดเป็นกระบวนการ
การศึกษาศิลปะและศิลปะบำบัดในมนุษยปรัชญา มุ่งเน้นที่กระบวนการ (Process) ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การปั้น ดนตรี การเคลื่อนไหว ฯลฯ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ศิลปะบำบัดมิได้ต้องการความสำเร็จรูปของแนวทางการบำบัด นักศิลปะบำบัดจะวินิจฉัยและสังเคราะห์บทเรียนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การวาดภาพระบายสีเพื่อการบำบัดก็เช่นกัน ล้วนมีลำดับขั้นตอนต่อการทำงานดังนี้

  • ศึกษาประวัติเด็กจากแพทย์อย่างละเอียด ศึกษาคำวินิจฉัยและข้อมูลอื่น ๆ จากแพทย์
  • ศึกษาข้อมูลจากคอบครัว
  • ศึกษาข้อมูลจากครูประจำชั้น,  แพทย์ประจำโรงเรียน
  • ศึกษาข้อมูลจากเด็ก โดยใช้เวลาทั้งหมด 3 ครั้งแรก ทั้งนี้ให้เด็กได้ทำงานศิลปะ ได้แก่ การวาดภาพลายเส้น (Drawing)  
  •                             การวาดภาพสีน้ำบนกระดาษเปียก (Painting wet on wet)   และการปั้นดิน (Modeling)

คุณประโยชน์ของศิลปะบำบัด การทำงานศิลปะบำบัดกับผู้ที่ขาดความสมดุลเป็นการมองการเยียวยาอย่างเป็นองค์รวม ทั้งความคิด ความรู้สึก และเจตจำนง 
ความคิด (Thinking)  สิ่งสำคัญในการวาดภาพระบายสี คือ การคิด การสังเกต และการจดจำ
ความรู้สึก (Feeling)   การค้นหาคุณภาพของความรู้สึก
เจตจำนง (Willing)   การลงมือกระทำ การปั้น การวาดภาพระบายสี แสดงถึงพลังเจตจำนง การตระหนักในคุณค่าของตัวเอง ความภูมิใจหรือปีติยินดีล้วนเกิดขึ้นจากเจตจำนง
                              อุดมคติของการบำบัดคือการแสวงหาสมดุลทางความคิด ความรู้สึก และพลังเจตจำนง หากเปรียบเทียบองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนของมนุษย์กับการบำบัด
                              จะพบข้อเท็จจริงที่ว่า

แพทย์   รักษา    กาย
นักศิลปะบำบัด รักษา  ดวงจิต
พระ     รักษา     จิตวิญญาณ

**จากบทความวิชาการศิลปะบำบัดมนุษยปรัชญา อนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี 2552