4 วิธี ช่วยวัยรุ่นห่างไกลบุหรี่

จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรในปี พ.ศ. 2550 พบว่า ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 51.2 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบบุหรี่ประมาณ 10.8 ล้านคน หรือร้อยละ 21.2 ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ 9.4 ล้านคน และพบว่าผู้ชายสูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิงถึง 22 เท่า คือร้อยละ 41.7 และ 1.9 ตามลำดับ ผู้ที่เริ่มสูบบุหรี่เป็นประจำ มีอายุเฉลี่ย 18.7 ปี ซึ่งจากสถิติยังพบว่ากลุ่มเยาวชนทั้งชายและหญิงอายุ 15-24 ปี สูบบุหรี่เฉลี่ยวันละ 8.4 มวน

          ผลการสำรวจบอกว่า สาเหตุของการเริ่มสูบบุหรี่ของผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ พบว่า เกินกว่าครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 54.5 เป็นเพราะอยากทดลองสูบ รองลงมาคือตามอย่างเพื่อน เพื่อนชวนสูบ เพื่อเข้าสังคมสังสรรค์ ร้อยละ 25.8 และ 5.7 ตามลำดับ ส่วนสาเหตุเนื่องจากความเครียดมีร้อยละ 3.3 และที่สูบเพื่อความโก้เก๋ ร้อยละ 2.8 ซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่เริ่มสูบบุหรี่ มีสาเหตุเดียวกับที่กล่าวข้างต้น ในขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เริ่มสูบบุหรี่มีสาเหตุต้นๆ เช่นเดียวกับผู้ชายแต่มีข้อสังเกตว่าผู้หญิงที่เริ่มสูบบุหรี่เพราะอาชีพและ ความเครียดมีสูงถึงร้อยละ 12.7 และ 11.1 ตามลำดับ


          ลักษณะของวัยรุ่นที่มีแนวโน้มจะสูบบุหรี่คือ

          1.วัยรุ่นที่มาจากพื้นฐานครอบครัวที่กดดัน ขาดความรักความอบอุ่น ไม่มีเวลาให้ลูกเพียงพอ



          2.มีสมาชิกในครอบครัวที่มีการใช้สารเสพติดอื่นๆ เช่น สุรา บุหรี่ เป็นต้น หรือการเล่นพนัน



          3.เคยมีประวัติถูกทำร้ายภายในบ้าน

          4.มีประวัติผลการเรียนต่ำ และออกจากโรงเรียนก่อน



       สำหรับแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้วัยรุ่นคิดลองหรือสูบ บุหรี่ พ่อแม่ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้


          1.พ่อแม่ช่วยให้ลูกปลอดภัยอยู่ห่างไกลจากภัยยาเสพติดได้ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก โดยการปลูกฝังถึงทัศนคติและอุปนิสัยที่ก่อตัวขึ้นในเด็กวัยนี้ แม้เด็กก็ยังไม่พร้อมที่จะรับรู้ข้อเท็จจริงที่สลับซับซ้อนมากเกินไปเกี่ยว กับสารเสพติดชนิดต่างๆ เพียงแต่ให้เขารับรู้ว่า สิ่งใดที่เข้าสู่ร่างกายเป็นสิ่งที่ "ดีหรือไม่ดี" "ควรหรือไม่ควร" "มีประโยชน์หรือไม่มี" สร้างสายใยแห่งความรักความไว้วางใจ และการเป็นแบบอย่างที่ดี

          2.เมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียน (อายุ 6-11 ปี) มีความเข้าใจ สนใจโลกภายนอกมากขึ้น พ่อแม่อาจเริ่มอธิบายให้เด็กทราบว่าสารเสพติดคืออะไร การติดยา (บุหรี่) หมายถึงอะไร โทษของสารเสพติด (บุหรี่) เป็นอย่างไร และมีผลต่อชีวิตและสุขภาพอย่างไร โดยยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

          3.เมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่น (อายุ 12-21 ปี) เป็นช่วงวัยรุ่นอยากลอง เช่น สุรา บุหรี่ ยาบ้า เป็นต้น ซึ่งพ่อแม่ควรเน้นถึงการสูบบุหรี่มีผลกระทบต่อร่างกายตนเองอย่างไร เช่น ทำให้ปากเหม็น ฟันเป็นคราบ มีกลิ่นติดตัวและเสื้อผ้า เป็นต้น และพูดถึงการเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง การติดยา ความคิด การตัดสินใจบกพร่อง รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อการวางเป้าหมายการทำงาน บุคลิกภาพต่อไปในอนาคต ส่วนอิทธิพลของเพื่อนที่ชักชวนให้สูบบุหรี่ก็ควรสอนลูกให้รู้จักการปฏิเสธ
 
          4.สิ่งที่สำคัญอีกประการนั่นก็คือการเป็นแบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ที่ไม่ ข้องเกี่ยวกับสารเสพติด โดยพ่อแม่และคนในบ้านไม่ควรสูบบุหรี่ให้ลูกเห็น นอกจากนั้นพ่อแม่จะต้องมีการชมเชย สนับสนุนเมื่อลูกรู้จักที่จะ "ปฏิเสธ" สารเสพติดเหล่านี้ได้ด้วยความมั่นใจในสิ่งที่ลูกตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

          นพ.วศิน บำรุงชีพ จิตแพทย์ด้านสุราและยาเสพติด โรงพยาบาลมนารมย์

 

>> ข้อมูลในบทความนี้ ได้นำลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์์์์ไทยโพสต์ x-cite ฉบับวันที่ 13 พฤศจิกายน 2553