การเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก (ตอนที่ 1)

พญ.เพียงทิพย์ หังสพฤกษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ การเล่นช่วยพัฒนาเด็กในหลายด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และจินตนาการ แต่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนว่าเด็กวัยใดควรทำอะไรได้บ้าง หรือลูกเรามีความบกพร่องเป็นพิเศษในส่วนใดส่วนหนึ่งที่ต้องส่งเสริมเป็น พิเศษหรือเปล่า เพราะจะได้เลือกซื้อหาของเล่นให้ลูกได้เหมาะสมไม่ยากหรือง่ายเกินไป ที่ยากเกินลูกก็เครียดท้อแท้งอแง ที่ง่ายเกินลูกก็เบื่อทิ้งเร็วเสียดายเงินไม่คุ้มค่าที่จ่ายไป พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่ฐานะปานกลางจะสนใจกระตุ้นพัฒนาการเด็กอายุ 0-5 ปีมากกว่าวัยอื่นๆ เพราะรู้สึกว่าคุ้มค่า ซึ่งก็จริงเพราะเป็นช่วงที่สมองพัฒนาเร็วมากๆ แต่ก็อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว เซลล์สมองคนเราไม่หยุดพัฒนาไปจนตลอดชีวิตนะคะ เพราะฉะนั้น ให้มาสนใจการให้ลูกเล่นเป็นการเรียนรู้ไปจนแก่กันเถอะค่ะ


            ของเล่นช่วยพัฒนาด้านต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้ ด้านร่างกาย เด็กจะมีร่างกายแข็งแรงทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (แขน ขา ลำตัว) และกล้ามเนื้อมัดเล็ก (มือ นิ้ว) เพราะได้เคลื่อนไหวร่างกายตลอดผ่านการเล่น การหยิบจับสิ่งของ การประสานงานของตาและมือดี เพราะได้ฝึกฝนการจากการใช้มือ รวมทั้งพัฒนาการรู้จักการกะระยะและทิศทางด้วย ของเล่นที่พัฒนาทักษะเหล่านี้ ลูกบอลและอุปกรณ์ที่เล่นกับลูกบอลต่างๆ เช่น ห่วง แร็กเกต ตะกร้า ประตู ปาเป้า โหนบาร์หนีบ ทำงานบ้านต่างๆ วาดรูป เขียนหนังสือ ระบายสี ผูกเชือก เล่นทราย ถุงถั่ว ปั้นดิน ต่อเลโก้ ลากต่อทำโมเสค เป็นต้น


           ด้านอารมณ์ เด็กจะมีอารมณ์ดี เพราะเด็กรู้สึกสนุกและผ่อนคลายขณะเล่น ด้านสังคม เด็กได้ฝึกการเล่นร่วมกับเพื่อน รู้จักแบ่งปัน รู้จักรอคอย ตลอดจนรู้จักเคารพกฎกติกาต่างๆ ด้านสติปัญญา เด็กจะพัฒนาสติปัญญาขึ้น เพราะการเล่นทำให้เด็กต้องรู้จักคิดแก้ไขปัญหา รู้จักแยกแยะสังเกตสิ่งต่างๆ และหากพ่อแม่รู้จักสอนอย่างเหมาะสม เด็กจะเรียนรู้มากมายผ่านการเล่นที่หลากหลาย ด้านสมาธิ เด็กบางคนชอบเล่นซ้ำๆ กับกิจกรรมบางอย่าง พ่อแม่ควรปล่อยให้เด็กได้ใช้เวลาของเขาเต็มที่ หากพ่อแม่รู้สึกเบื่อและต้องการให้เด็กเปลี่ยนกิจกรรม การชักชวนหรือผลักดันให้เด็กเปลี่ยนกิจกรรมเร็วไปเป็นการสนับสนุนให้เด็กจับ จด ไม่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความสนใจและสมาธิในการทำต่อเนื่อง


           สำหรับภาษา บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักใช้การถามลูกขณะเล่น เช่น "นี่สีอะไรคะ" เด็กอาจเบื่อ ต่อต้าน หรือกังวลต่อการต้องตอบคำถาม ทำให้ขัดขวางการคิดหรือจินตนาการในขณะเล่น ดังนั้น การพากย์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่พ่อแม่ควรใช้ขณะเด็กกำลังเล่น เช่น "รถไฟต่อเสร็จ รถไฟกำลังเคลื่อน.. ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก", "ตอนนี้รถกำลังเติมน้ำมันอยู่...น้ำมันเต็มถัง โอ้โห รถวิ่งเร็วเลย"


           การพากย์ นอกจากไม่ขัดขวางกระแสความคิดของเด็กแล้ว เด็กยังรู้สึกดีเพราะตัวเองได้รับความสนใจจากพ่อแม่โดยไม่ต้องเรียกร้องความ สนใจ โดยการทำไม่ดีต่างๆ นอกจากนี้แล้วในเด็กเล็กที่ภาษายังพัฒนาไม่ดี เด็กยังได้โอกาสพัฒนาความเข้าใจภาษาจากการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ยินกับการ กระทำของตนอีกด้วย ด้านจินตนาการ เด็กเริ่มเล่นจินตนาการตั้งแต่อายุ 18 เดือน และจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนวัยประถมต้น จากนั้นจะค่อยๆ ลดลง การเล่นจินตนาการเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็ก เพราะจะนำไปสู่การพัฒนาความคิดและสังคม พ่อแม่ควรสนับสนุนการเล่นผ่านเครื่องเล่นที่เป็นชุดๆ เช่น ชุดเครื่องครัว ชุดเครื่องมือแพทย์ จะช่วยเสริมจินตนาการของเด็กได้ หลายครั้งพ่อแม่มักสร้างกฎเกณฑ์ในการเล่นให้ลูก เป็นผู้คิดวางแผนการเล่นเอง เช่น แม่กับลูกเล่นบ้านตุ๊กตากัน แม่จะคอยสั่งลูกว่า "ห้องครัวต้องอยู่ตรงนี้ลูก อ้าว เอาโต๊ะกินข้าวมาวางตรงนี้ซิลูก" การทำเช่นนี้เด็กจะรู้สึกเบื่อและไม่รู้สึกว่าตนสำคัญ เด็กจะขาดความมั่นใจ ขณะเล่นจะลงเอยด้วยการคอยถามแม่ถึงวิธีการเล่นในรายละเอียด และไม่รู้จักคิดเองหรือเล่นไปเล่นมาอาจลงเอยด้วยเป็นฝ่ายดูพ่อแม่เล่น ควรให้เด็กเป็นผู้นำการเล่น ง วางแผนและจินตนาการเอง อย่าพยายามสอนเด็ก แต่ให้พยายามเลียนแบบและทำตามที่เด็กขอร้อง จะได้พัฒนาความสามารถในการเล่นและรู้จักคิดด้วยตนเอง เด็กจะรู้สึกสนุกและกระตือรือร้นมากขึ้น


           การเล่นยังถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับพ่อแม่ ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกด้วย เมื่อลูกมีพฤติกรรมดื้อหรือเกเร พ่อแม่ส่วนใหญ่มักพยายามหาวิธีแก้ไขพฤติกรรมแบบใดแบบหนึ่ง บางคนใช้การคาดโทษ การดุ การด่า การงดสิทธิพิเศษ การทำงานชดใช้ หรืออื่นๆ ส่วนใหญ่จะพบว่าวิธีการดังกล่าวมักได้ผลชั่วคราวหรือไม่ได้ผลเลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าพ่อแม่เหล่านั้นลืมตระหนักถึงความต้องการพื้นฐานของ เด็กไป นั่นคือ ความรักและความสัมพันธ์ที่ดีของพ่อแม่ต่อลูกนั่นเอง หากความสัมพันธ์ที่ดีไม่ชัดเจนแล้ว การลงโทษหลากหลายวิธีรังแต่จะทำให้ปัญหาพฤติกรรมนั้นซับซ้อนและแก้ไขยากขึ้น ดังนั้น พ่อแม่ควรเริ่มต้นด้วยการสานสัมพันธ์ที่ดีกับลูกผ่านการเล่นร่วมกับลูกก่อน และในสัปดาห์หน้าหมอจะแนะถึงวิธีการเล่นกับลูกเพื่อเป็นการกระตุ้นความคิด ทักษะ และพัฒนาการของเด็กที่ถูกต้อง.


>> ข้อมูลในบทความนี้ ได้นำลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์์์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 28 สิงหาคม 2553