ผู้ป่วยนอก
    ผู้ป่วยใน/ภาพห้องพักผู้ป่วยใน
    คลินิกปัญหาการนอน
    จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
    จิตเวชผู้สูงอาย
    กิิจกรรมกลางวัน
    กิจกรรมบำบัด
    การอบรมสัมนา
    Manarom Development Center
    ความเครียด
    นอนหลับฝันดี
    โรคแพนิค
    โรคกังวลต่อการเข้าสังคม
    อาการสับสน
    โรคไบโพล่าร์
    โรคจิตเภท
    เทคนิคการเลิกสูบบุหรี่
โรงพยาบาลมนารมย์ โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต
ไทย        English

โรคแพนิค


โดย ผศ. นพ. สุรชัย เกื้อศิริกุล

          ความกลัวหรือความตระหนกตกใจที่เกิดขึ้นอย่างทันทีเหมือนจู่โจมเป็น ลักษณะสำคัญของโรคทางจิตเวช
โรคหนึ่ง คือ โรคแพนิค ซึ่งมีอาการทางกายที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 3-10 นาที เกิดขึ้นเป็นพัก ๆ อาจนาน
ถึงครึ่งชั่วโมงโดยเกิดขึ้นร่วมกับความหวาดกลัว อาการต่างๆ ที่พบได้มีดังนี้      
         อาการที่เกิดขึ้นแบบจู่โจม (แพนิค) นี้มักเกิดขึ้นโดยไม่เลือกเวลาและสถานที่ จึงยากที่จะทำนายได้ ทำให้บาง รายเกิดความหวาดกลัวและพยายาม หลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือ กิจกรรมนั้น ๆ ที่เคยมีแพนิคเกิดขึ้น
         อาการแพนิคสงบลง ผู้ป่วยมักตกอยู่ในสภาพหวาดหวั่นวิตกกังวลว่าจะเกิดอาการขึ้นมาอีก ไม่อาจรู้ว่าเมื่อไรและ ที่ใดยิ่งมีความหวาดหวั่นและ วิตกกังวลมากเท่าใดก็ดูเหมือนว่าจะเกิดอาการจู่โจมมากขึ้นเท่านั้น ผู้ป่วยได้ตกอยู่ใน
วงเวียนของการเกิดอาการเสียแล้ว

  ใจเต้นเร็ว ลั่นเหมือนตีกลอง
  เจ็บบริเวณหน้าอก
  หายใจติดขัด หายใจไม่อิ่ม
  รู้สึกมึนงง โคลงเคลง เป็นลม
  รู้สึกชา หรือซ่า ตามปลายเท้า
  ตัวร้อนวูบวาบ หรือตัวสั่น
  เหงื่อแตก
  อ่อนเพลีย
  คลื่นไส้หรือปั่นป่วนในท้อง
  ความรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน มีการรับรู้บิดเบือนไป
  ความกลัวอย่างท่วมท้นร่วมกับความรู้สึกสังหรณ์ว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวกำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง
   และเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้กลัวว่าจะตาย
  ควบคุมตนเองไม่ได้เหมือนจะเป็นบ้าหรือแสดงบางอย่างที่น่าอายออกไป

โรคแพนิค

          
พบบ่อยในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ทำให้ความสามารถในการประกอบอาชีพลดลง และความสัมพันธ์กับบุคคลใกล้ชิด ตึงเครียดมากขึ้น ผู้ป่วยมักคิดว่าตนเองเป็นโรคหัวใจหรือโรคร้ายแรง เวียนไปพบแพทย์บ่อยๆ ซึ่งการตรวจร่างกายและ การทดสอบพิเศษจะไม่พบความผิดปกติ

สาเหตุ

           มีปัจจัยหลายประการที่อาจประกอบกันทำให้เกิดอาการ เช่น

          1. ศูนย์ควบคุมการทำงานของสมองและจิตใจเกี่ยวกับความหวาดกลัวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ
          2. กรรมพันธุ์ โรคนี้อาจพบได้ในครอบครัวเดียวกัน
          3. การมีอาการจู่โจมเกิดขึ้นครั้งแรก อาจมีความสัมพันธ์กับความตึงเครียดในชีวิต โรคทางอายุรกรรม หรือ
สารยาบางตัว บางรายอาจไม่มีสิ่งกระตุ้นเหล่านี้เลยและถึงแม้ว่าสิ่งกระตุ้นได้หมดไปแล้วก็ตาม แต่ผู้ป่วยก็ยังคงมี
อาการจู่โจมเกิดขึ้นต่อไป


การรักษา

          ในปัจจุบันวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ คือการรักษาทางยาร่วมกับการดูแลทางด้านจิตใจ ผู้ป่วยจะมีอาการ
ดีขึ้นมาก จนหายขาดได้้  7 หรือ 9 ราย ใน 10 ราย โดยอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายหลังเริ่มการรักษาแล้ว 6-8
สัปดาห์ เมื่ออาการดีขึ้นแล้วแพทย์ยังคงให้การรักษาต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อป้องกันการกำเริบของอาการ การหยุดยา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรหยุดยาทันที เพราะจะเกิดอาการของการหยุดยา หรือมีอาการ เก่ากำเริบ

  เริ่มนับ 10 มิ.ย. 51
จำนวนผู้เข้าชม l เงื่อนไขการใช้งาน l แผนผังเว็บไซต์ l มนารมย์ webmail l ติดต่อเรา