เสริมพัฒนาการลูกน้อยด้วย SI (Sensory Integration) รุ่นที่ 2

รายละเอียด


    มารู้จัก SI หรือ Sensory Integration กันเถอะ SI หรือ Sensory Integration คือ กระบวนการทำงานภายในสมองที่ คอยจัดระเบียบ คัดกรองความรู้สึก และสิ่งต่างๆ ที่กระตุ้นร่างกาย ผ่านระบบประสาทรับความรู้สึกและสั่งให้ร่างกายแสดงออกมา ในรูปแบบของพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ในเด็กบางคน สมองมีการแปลและประมวลผลข้อมูลที่ได้รับผ่านระบบประสาท รับความรู้สึกทั้ง 7 ด้านผิดพลาด ก่อให้เกิดความไม่สมดุล ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และพัฒนาการด้านต่างๆ เช่น การเขียน การอ่าน กล้ามเนื้อมัดเล็ก สมาธิ ความคิดเชิงนามธรรม การคิดวิเคราะห์วางแผน ซึ่งในกรณีที่เด็กๆ ไม่สามารถ ทำกิจกรรมตามวัยได้อย่างเหมาะสมก็อาจส่งผลถึง ความกล้าแสดงออก และความภาคภูมิใจในตัวเองของเด็กได้


    ระบบประสาทรับความรู้สึกทั้ง 7 มีอะไรบ้าง? การมองเห็น (Visual System) การได้ยิน (Auditory System) การรับสัมผัสทางผิวหนัง (Tactile System) การได้กลิ่น (Olfactory System) การรับรส (Gustatory System) การรับรู้ท่าทางของร่างกายผ่านข้อต่อ (Proprioception) การทรงตัว (Vestibular)

    ทำไมต้องปรับสมดุลระบบประสาทรับความรู้สึก การใช้ชีวิตประจำวันต้องอาศัยการประสานกันของระบบ ประสาทรับความรู้สึกทั้ง 7 ด้านในการทำกิจกรรม หากการรับรู้ไม่สมดุลก็จะมีผลต่อพฤติกรรมที่แสดงออกมา เช่น การรับประทานอาหาร เราต้องใช้การสัมผัสเพื่อทราบ ลักษณะของอาหาร ใช้ประสาทการรับรู้ผ่านเอ็น ข้อต่อ และกล้ามเนื้อในการนำอาหารเข้าปาก การมองเห็น การดมกลิ่นและการรับรสเพื่อแยกแยะประเภทของอาหาร และการทรงตัวเพื่อนั่งรับประทานอาหารได้ตลอดมื้อ ถ้ามีการรับความรู้สึกด้านกลิ่นหรือรสชาติอาหารที่ไวเกินไป ก็จะทำให้หลีกเลี่ยงการทานอาหารบางชนิด หรือถ้ามีการ รับความรู้สึกที่ช้าเกินไป ก็จะกระตุ้นตัวเองด้วยการกัด แทะ สิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ของเล่น ดินสอ เป็นต้น

ตัวอย่างพฤติกรรมที่เกิดจากความไม่สมดุล ของระบบประสาทรับความรู้สึก


ระบบประสาทรับความรู้สึก พฤติกรรมไวเกินไป พฤติกรรมช้าเกินไป
1. การมองเห็น (Visual System) หลีกเลี่ยงหรือวิตกกังวลเมื่อเจอแสงที่คนทั่วไปรู้สึกว่าไม่ได้จ้าเกินไป ชอบมองแสงกระพริบ ไฟสีๆ ภาพที่หมุนหรือเคลื่อนไหวได้ นั่งจ้อง สิ่งของที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เป็นเวลานาน
2. การได้ยิน (Auditory System) หวาดกลัวหรือวิตกกังวลต่อเสียงปกติ ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงแอร์ เฉยชา เพิกเฉยต่อเสียงเรียกเรียกแล้วไม่หัน
3. การรับสัมผัสทางผิวหนัง (Tactile System) หลีกเลี่ยง ไม่ยอมสัมผัสสิ่งของที่มีพื้นผิวหยาบหรือเหนียวหนืด เช่น พื้นหญ้าใบไม้ โคลน กาว ชอบลูบคลำ ถูไถ สัมผัสกับพื้นผิวต่างๆ
4. การได้กลิ่น (Olfactory System) กลัวหรือวิตกกังวลเมื่อได้กลิ่นบางชนิด ที่เป็นกลิ่นปกติทั่วไป เช่น กลิ่นส้ม กลิ่นสตรอเบอร์รี่ ชอบเข้าไปดมกลิ่นที่ฉุนจัด มีกลิ่นแรงเช่น กลิ่นตัวเพื่อน กลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำ
5. การรับรส (Gustatory System) มักหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีรสสัมผัสบางอย่าง เช่น ผัก หรือ เนื้อสัตว์ ชอบกินอาหารที่มีรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัดหรือชอบอาหารกรอบๆ
6. การรับรู้ท่าทางของร่างกายผ่านข้อต่อ (Proprioception) ไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย ชอบอยู่นิ่งๆ มีความยากลำบากในการควบคุมร่างกาย ชอบปีนป่าย กระโดด กระแทกตัว ซุ่มซ่าม ไม่ค่อยระมัดระวังตัว
7. การทรงตัว (Vestibular) ชอบอยู่นิ่งๆ ไม่กล้าเดินขึ้นที่สูง ไม่กล้าเดินขึ้นบันได กลัวการเล่นชิงช้า ชอบหมุนตัว หรือเคลื่อนไหวตัวเร็วๆ ไม่กลัวอันตราย

สิ่งที่เด็กๆ จะได้รับจากการร่วมกิจกรรม


    เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะการรับความรู้สึกผ่านระบบประสาททั้ง 7 ด้านด้วยการทำกิจกรรมบำบัด เช่น การเล่นเกม การเล่นบทบาทสมมติ การทำงานศิลปะ งานฝีมือ ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และปรับสมดุล ระบบประสาทรับความรู้สึกของร่างกายให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และแสดงพฤติกรรมต่อสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม ผ่านการทำกิจกรรมแบบกลุ่มที่ไม่เพียงช่วยให้เด็กๆ ได้รับความสนุกสนาน แต่ยังได้พบเพื่อนใหม่อีกด้วย

รูปแบบการอบรม

    การฝึกแบบกลุ่มขนาดเล็ก ผู้เข้าร่วมไม่เกิน 6 คน
เหมาะกับใคร ?


    เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 – 7 ปี ที่มีพฤติกรรมที่เกิดจากความไม่สมดุลของระบบประสาทรับความรู้สึก จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียน สุขภาพอนามัย การอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยอาการนี้สามารถพบได้มากในเด็กที่มี ความต้องการพิเศษ สมาธิสั้น (ADHD) ออทิสติกสเปคตรัม (ASD) พัฒนาการล่าช้า (PDD) หรือมีความบกพร่องในการจัดการประสาท รับความรู้สึก (Sensory Processing Disorder)

**โดยต้องผ่านการประเมินจากแพทย์หรือมีใบส่งตัวจากแพทย์ประจำก่อน**
วัน เวลา สถานที่


    เริ่ม 28 เมษายน - 9 มิถุนายน 2561
    ทุกวันเสาร์ รวม 7 ครั้ง (รวม 21 ชั่วโมง)
    เวลา 09.00 น. - 12.00 น.
    สถานที่ห้อง Day Program

ค่าลงทะเบียน


    ท่านละ 14,000 บาท (ไม่รวมค่าประเมินจากแพทย์เพื่อเข้ากลุ่ม)
วิทยากร


    โดย นักกิจกรรมบำบัด

ขั้นตอนการสมัคร


    1. เด็กจะต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ หรือมีใบส่งตัวมาจากแพทย์ประจำตัวเด็ก
    2. ผ่านการประเมินและฝึกเดี่ยวกับนักกิจกรรมบำบัดของ โรงพยาบาลมนารมย์อย่างน้อย 3 ครั้ง
    หมายเหตุ
    กรณีไม่เข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ ในการคืนเงินทุกกรณีและไม่มีการชดเชยครั้งที่ขาดไป เนื่องจากกิจกรรมประเภทนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับเด็ก ก็ต่อเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมกันเป็นกลุ่ม
ลงทะเบียนออนไลน์ที่นี่..


หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-725-9595